良陳吉時

ดวงจีน ปาจื่อ คืออะไร ดูยังไง

ดวงจีน ปาจื่อ คืออะไร ดูยังไง

ดวงจีน คือระบบการอ่านดวงชะตาที่สร้างจากข้อมูลเวลาเกิดของบุคคลหนึ่งคน ได้แก่ ปี เดือน วัน และชั่วโมงเกิด ข้อมูลทั้งสี่ชุดนี้ถูกนำมาจัดเรียงเป็น 4 เสา เสาละ 2 ตัวอักษร รวมเป็น 8 ตัวอักษร คนจึงเรียกระบบนี้อีกชื่อหนึ่งว่า ปาจื่อ ซึ่งแปลตรงตัวว่าตัวอักษรแปดตัว ดวงจีนใช้ปฏิทินจีนเป็นฐานในการนับเวลา และใช้ธาตุทั้ง 5 คือ ไม้ ไฟ ดิน ทอง น้ำ เป็นภาษาอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างตัวอักษรทั้งแปด

เหตุผลที่ดวงจีนได้รับความสนใจต่อเนื่องมาหลายร้อยปี ไม่ใช่เพราะมันทำนายเหตุการณ์ได้ตายตัว แต่เพราะมันเป็นระบบที่จัดระเบียบข้อมูลเวลาเกิดให้เป็นโครงสร้างที่อ่านซ้ำได้เสมอ คนที่เกิดเวลาเดียวกันย่อมได้ดวงชุดเดียวกัน และดวงชุดนั้นสามารถอ่านได้ทั้งในมุมของนิสัย แนวโน้มการทำงาน ความสัมพันธ์ และการเปลี่ยนแปลงตามช่วงวัย บทความนี้ตอบคำถามหลักสามข้อที่ผู้เริ่มต้นมักถาม คือ ดวงจีนคืออะไร ต้องใช้อะไรบ้างในการผูกดวง และ 8 ช่องที่ได้มานั้นอ่านอย่างไร พร้อมอธิบายความต่างระหว่างดวงจีนกับโหราศาสตร์ไทยที่คนไทยคุ้นเคย เพื่อให้เลือกใช้ได้ตรงกับคำถามที่อยู่ในใจ

ดวงจีน ปาจื่อ คืออะไร

ดวงจีนตั้งอยู่บนแนวคิดง่าย ๆ ว่า เวลาที่คนคนหนึ่งเกิดไม่ใช่แค่ตัวเลขบนใบสูติบัตร แต่เป็นตำแหน่งหนึ่งของวงจรเวลาที่มีโครงสร้าง วงจรนี้ในปฏิทินจีนประกอบด้วยการจับคู่ตัวอักษรสองชุด ชุดแรกเรียกว่า เทียนกาน มี 10 ตัว ชุดที่สองเรียกว่า ตี้จือ มี 12 ตัว เมื่อนำสองชุดนี้มาจับคู่กันตามลำดับ จะได้วงจรทั้งหมด 60 รูปแบบ แล้วจึงเริ่มนับใหม่เวียนไปเรื่อย ๆ ทั้งปี เดือน วัน และชั่วโมง ล้วนมีตัวอักษรประจำของตัวเองในระบบนี้

ตี้จือทั้ง 12 ตัว คือที่มาของสัตว์ 12 ตัวที่คนไทยรู้จักกันดีในชื่อนักษัตร ได้แก่ ชวด ฉลู ขาล เถาะ มะโรง มะเส็ง มะเมีย มะแม วอก ระกา จอ และกุน นั่นหมายความว่าปีนักษัตรที่เราใช้ทักกันว่าเกิดปีอะไร เป็นเพียงส่วนหนึ่งของดวงจีนเท่านั้น และเป็นส่วนที่อยู่ชั้นนอกสุด

โครงสร้างของดวงจีนทั้งใบมีดังนี้

เสา แทนช่วงเวลา ตัวบน ตัวล่าง
เสาปี ปีที่เกิด เทียนกานของปี ตี้จือของปี หรือที่เรียกกันว่านักษัตร
เสาเดือน เดือนที่เกิด เทียนกานของเดือน ตี้จือของเดือน
เสาวัน วันที่เกิด เทียนกานของวัน ตี้จือของวัน
เสาเวลา ชั่วโมงที่เกิด เทียนกานของเวลา ตี้จือของเวลา

แต่ละตัวอักษรในตารางนี้ยังผูกกับธาตุหนึ่งธาตุในห้าธาตุ คือ ไม้ ไฟ ดิน ทอง และน้ำ เมื่อวางครบทั้ง 8 ตัว จะได้ภาพของการกระจายธาตุในดวงหนึ่งดวง บางคนมีธาตุใดธาตุหนึ่งเด่น บางคนมีธาตุกระจายค่อนข้างสมดุล บางคนขาดธาตุบางตัวไปเลย ภาพการกระจายนี้เองที่เป็นจุดเริ่มต้นของการอ่านดวงจีนทั้งหมด

อีกเรื่องหนึ่งที่ต้องเข้าใจให้ตรงกันคือ ดวงจีนไม่ได้ตัดเดือนและตัดปีตามปฏิทินสากล เดือนในดวงจีนเดินตามฤดูกาล ส่วนปีในดวงจีนเปลี่ยนที่วันลี่ชุน ซึ่งเป็นวันที่ฤดูกาลเริ่มเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิของปฏิทินจีน ไม่ใช่วันที่ 1 มกราคม และไม่ใช่วันตรุษจีน รายละเอียดของจุดนี้มีความสำคัญมากกับคนที่เกิดในเดือนมกราคมหรือต้นเดือนกุมภาพันธ์ จึงแยกอธิบายไว้ต่างหากในหัวข้อเกี่ยวกับการผูกดวง

ตำราโบราณที่กล่าวถึงระบบนี้มีจำนวนมาก และแต่ละสำนักมีวิธีเน้นจุดต่างกัน สิ่งที่เป็นแกนร่วมเหมือนกันทุกสำนักคือการใช้ตัวอักษร 8 ตัวจากเวลาเกิดเป็นวัตถุดิบตั้งต้น และการอ่านความสัมพันธ์ของธาตุเป็นหลัก บทความนี้จึงอธิบายเฉพาะโครงสร้างร่วม ซึ่งเป็นส่วนที่ใช้ได้กับทุกสำนัก

ผูกดวงจีน ต้องใช้อะไรบ้าง

การผูกดวงจีนต้องใช้ข้อมูล 4 อย่าง และแต่ละอย่างมีผลต่อความครบถ้วนของดวงโดยตรง

  1. ปีเกิด ตามปฏิทินสากลที่บันทึกไว้ในเอกสารราชการก็ใช้ได้ แต่ต้องผ่านการเทียบกับปฏิทินจีนก่อน จึงจะรู้ว่าเป็นปีนักษัตรใด
  2. เดือนเกิด เดือนในดวงจีนไม่ได้ตัดที่วันที่ 1 ของเดือนสากล แต่เดินตามช่วงฤดูกาลของปฏิทินจีน คนที่เกิดปลายเดือนหนึ่งอาจอยู่คนละเดือนกับคนที่เกิดต้นเดือนถัดไปทั้งที่เลขเดือนสากลใกล้กัน
  3. วันเกิด ใช้วันที่ตามปฏิทินสากลได้เลย ไม่มีข้อยุ่งยาก
  4. เวลาเกิด เป็นข้อมูลที่คนมักขาดมากที่สุด ระบบแบ่งวันออกเป็น 12 ช่วง ช่วงละประมาณ 2 ชั่วโมง ถ้าไม่ทราบเวลาเกิด ดวงจะเหลือตัวอักษรเพียง 6 ตัวจาก 8 ตัว

นอกจากข้อมูลเวลาแล้ว ยังมีข้อมูลอีกอย่างหนึ่งที่ใช้ประกอบกัน คือเพศ เพศไม่ได้เปลี่ยนตัวอักษรทั้ง 8 ตัว แต่ใช้ประกอบการเรียงลำดับช่วงเวลาของดวง ซึ่งเรียกว่า ช่วงของดวง ถ้าข้อมูลนี้ขาดไป การดูจังหวะเวลาในระยะยาวจะไม่ครบ

ข้อควรระวังเรื่องจุดเปลี่ยนปี เป็นจุดที่คนสับสนบ่อยที่สุด เพราะในปฏิทินจีนมีจุดเปลี่ยนปีอยู่สองจุดที่ไม่ตรงกัน และใช้คนละวัตถุประสงค์

ดวงจีน (ปาจื่อ) เปลี่ยนเสาปีที่วันลี่ชุน ซึ่งในปี พ.ศ. 2570 ตรงกับวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ส่วนการนับปีนักษัตรแบบที่คนไทยคุ้นเคยนับจากวันตรุษจีน 6 กุมภาพันธ์ ทั้งสองจุดต่างกัน 2 วัน บทความนี้จะระบุเสมอว่ากำลังใช้อันไหน

ผลในทางปฏิบัติคือ คนที่เกิดระหว่างวันที่ 1 มกราคม ถึง 5 กุมภาพันธ์ 2570 ยังนับเป็นปีมะเมียในการดูปีนักษัตรและเรื่องที่เกี่ยวข้องกับปีนั้น แต่ถ้าดูเสาปีของดวงจีน จะต้องดูว่าเกิดก่อนหรือหลังวันลี่ชุนของปีนั้น ถ้าต้องการรายละเอียดของปีนักษัตรและการเทียบปีเกิดเป็นรายปี สามารถอ่านต่อได้ที่หน้า ดวง 12 นักษัตร 2570 ซึ่งมีตารางเทียบปีเกิดไว้ให้ตรวจสอบ

สำหรับคนที่ทราบเพียงปีเกิดกับเดือนเกิด แต่ไม่ทราบวันและเวลา ก็สามารถเริ่มจากการดูนักษัตรประจำปีก่อนได้ แต่ควรเข้าใจว่านั่นคือการอ่านข้อมูลเพียงหนึ่งในสี่ส่วนของดวงเท่านั้น ยังไม่ใช่การอ่านดวงจีนทั้งใบ

ดวงจีนกับโหราศาสตร์ไทย ต่างกันยังไง

คำถามนี้เป็นคำถามที่คนอ่านดวงในไทยสงสัยมากที่สุด เพราะในชีวิตประจำวันเราเจอทั้งสองระบบ และหลายครั้งก็เจอในชื่อที่คล้ายกัน คำตอบสั้นที่สุดคือ ทั้งสองระบบเป็นคนละระบบกัน ใช้ข้อมูลตั้งต้นต่างกัน และตอบคำถามคนละแบบ ไม่มีระบบใดถูกต้องมากกว่าอีกระบบหนึ่ง

โหราศาสตร์ไทยตามคติโหราศาสตร์ไทยมีเครื่องมือหลายชุดที่คนไทยคุ้นเคยดี เช่น การดูธาตุประจำวันเกิดซึ่งนับจากวันที่เกิด การดูดวงตามราศี และการดูเลข 7 ตัว 9 ฐาน เครื่องมือแต่ละชุดมีวิธีตั้งคำถามของตัวเอง และหลายเรื่องก็ฝังอยู่ในวัฒนธรรมไทยมานาน เช่น การดูวันดีสำหรับการเริ่มงาน หรือการเลือกสีที่ใช้แล้วรู้สึกสบายใจ

ดวงจีนใช้ข้อมูลชุดใหญ่กว่า คือปี เดือน วัน และเวลาเกิดครบทั้งสี่ชุด แล้วอ่านความสัมพันธ์ของธาตุทั้ง 5 ที่ปรากฏใน 8 ตัวอักษร จุดแข็งของดวงจีนจึงอยู่ที่การเห็นภาพรวมทั้งใบ และการดูการเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลาในระยะยาว ซึ่งเป็นสิ่งที่ระบบที่นับจากวันเกิดเพียงอย่างเดียวให้ได้ไม่เท่ากัน

ตารางเปรียบเทียบข้อมูลตั้งต้นและลักษณะคำถามที่แต่ละระบบตอบได้ดี

หัวข้อ โหราศาสตร์ไทย ดวงจีน
ข้อมูลตั้งต้นที่ใช้บ่อย วันเกิด ในบางระบบใช้เดือนและปีด้วย ปี เดือน วัน และเวลาเกิดครบทั้งสี่ชุด
จำนวนธาตุที่ใช้ 4 ธาตุ คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ 5 ธาตุ คือ ไม้ ไฟ ดิน ทอง น้ำ
ลักษณะคำถามที่พบมาก เรื่องวันดี สี และการดูพื้นดวงตามวันเกิด โครงสร้างดวงทั้งใบ จังหวะเวลา และแนวโน้มในแต่ละช่วงวัย
การดูเป็นช่วงเวลา มีหลายวิธีตามแต่ละตำรา ใช้ช่วงเวลาของดวงประกอบกับดวงรายปี

ข้อสังเกตหนึ่งสำหรับคนที่เคยดูดวงแบบเกาหลีมาบ้าง ระบบ ซาจู ของเกาหลีก็อยู่ในตระกูลเดียวกับดวงจีน คือใช้เสาเวลาสี่เสาและตัวอักษรแปดตัวเหมือนกัน แต่ใช้คำศัพท์คนละชุดและมีวิธีเน้นจุดต่างกันตามตำราของแต่ละประเทศ การที่ระบบสี่เสานี้ถูกใช้ต่อเนื่องในหลายประเทศเอเชียตะวันออก เป็นหลักฐานว่าแนวคิดนี้มีรากที่ยาวนานจริง

สำหรับคนไทย คำถามที่ควรใช้เลือกเครื่องมือไม่ใช่คำถามว่าระบบไหนแม่นกว่า แต่คือคำถามว่าเรื่องที่ต้องการรู้เป็นเรื่องอะไร ถ้าเป็นเรื่องความรู้สึกสบายใจในวันสำคัญ หรือเรื่องการเลือกวัน การดูแบบไทยก็ตอบได้ดี ถ้าเป็นเรื่องทิศทางชีวิตในระยะยาว โครงสร้างการทำงาน และการดูจังหวะช่วงวัย ดวงจีนให้ข้อมูลที่ละเอียดกว่า และถ้าสนใจระบบเลขของไทยโดยเฉพาะ สามารถอ่านเปรียบเทียบได้ที่หน้า เลข 7 ตัว 9 ฐาน ต่างจากดวงจีนยังไง

ดวงจีน 8 ช่อง อ่านยังไง

เมื่อผูกดวงเสร็จแล้ว สิ่งที่อยู่ตรงหน้าคือตาราง 4 คอลัมน์ คอลัมน์ละ 2 ช่อง รวมเป็น 8 ช่อง วิธีอ่านมีลำดับที่ผู้เริ่มต้นควรเดินตาม เพื่อให้ไม่หลงทางในรายละเอียด

ขั้นแรก ดูว่าตัวล่างของเสาวันคืออะไร ตัวนี้เรียกว่า เจ้าชะตาวัน เป็นตัวแทนของเจ้าของดวง ตัวอักษรอีก 7 ตัวที่เหลือในดวงจะถูกอ่านโดยอ้างอิงความสัมพันธ์กับตัวนี้ทั้งหมด ดังนั้นการรู้ว่าเจ้าชะตาวันเป็นธาตุอะไร จึงเป็นก้าวแรกที่สำคัญที่สุด

ขั้นที่สอง ดูการกระจายธาตุทั้งห้าในดวงทั้งใบ นับว่ามีธาตุใดปรากฏมาก ธาตุใดปรากฏน้อย หรือธาตุใดไม่มีเลย ภาพนี้บอกว่าโครงสร้างของดวงเอนไปทางไหน คนที่ธาตุด้านหนึ่งเข้มมากมักมีลักษณะเด่นในด้านที่ธาตุนั้นสื่ออยู่ ขณะที่คนซึ่งธาตุกระจายสมดุลมักมีเส้นทางที่ยืดหยุ่นกว่า

ขั้นที่สาม ดูว่าธาตุใดช่วยปรับสมดุลของดวง หลักการพื้นฐานคือดวงไม่ได้ต้องการธาตุที่มากที่สุด แต่ต้องการธาตุที่ทำให้ทั้งใบทำงานด้วยกันได้ ธาตุที่ทำหน้าที่นี้เรียกว่า เสินที่เหมาะสม และเมื่อเจาะจงลงไปจะแยกเป็นธาตุที่ใช้ปรับสมดุลโดยตรง กับธาตุที่ช่วยสนับสนุน ซึ่งเป็นคนละหน้าที่กัน ผู้เริ่มต้นยังไม่จำเป็นต้องแยกสองหน้าที่นี้ให้ออกทันที การรู้ว่าดวงของตนต้องการธาตุกลุ่มใดก็เพียงพอต่อการใช้งานแล้ว

ขั้นที่สี่ ดูชั้นของเวลา ดวงจีนอ่านได้สองชั้นพร้อมกัน ชั้นแรกคือ ช่วงของดวง ซึ่งเป็นช่วงเวลาประมาณสิบปีต่อหนึ่งช่วงที่เดินต่อเนื่องกันไปตลอดชีวิต ชั้นที่สองคือ ดวงรายปี ซึ่งเป็นผลของปีนั้น ๆ มาทับบนพื้นดวงเดิม คนที่อ่านดวงเป็นจะดูทั้งสองชั้นประกอบกันเสมอ เพราะพื้นดวงบอกว่ามีอะไรอยู่ในมือ ส่วนชั้นเวลาบอกว่าช่วงไหนสิ่งนั้นจะเด่นขึ้น

ข้อจำกัดที่ต้องบอกตรง ๆ มีสามข้อ ข้อแรก ดวงจีนอ่านแนวโน้ม ไม่ได้อ่านเหตุการณ์แบบระบุวัน ข้อสอง คนที่มีตัวอักษรซ้ำกันจำนวนมากจะไม่ได้ชีวิตเหมือนกัน เพราะเงื่อนไขแวดล้อม ครอบครัว และการตัดสินใจของแต่ละคนต่างกัน ข้อสาม การอ่านดวงที่ใช้ได้จริงคือการอ่านเพื่อวางแผน ไม่ใช่การอ่านเพื่อรอผล

ดวงของแต่ละคนต้องดูจากวัน เดือน ปี และเวลาเกิดจริงทั้งสี่เสา คุณสามารถผูกดวงจีนและอ่านผลได้ด้วยตัวเองจากเครื่องมือบนเว็บไซต์ของเรา

เครื่องมือ ผูกดวงจีน บนเว็บไซต์ของเราผูกดวงให้ครบทั้ง 4 เสาโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย กรอกข้อมูลเวลาเกิดแล้วจะได้ตัวอักษรทั้ง 8 ตัวพร้อมการกระจายธาตุให้เห็นทันที หากต้องการอ่านดวงเดียวกันในอีกระบบหนึ่ง สามารถใช้ เครื่องมือผูกดวงระบบดาว ประกอบกันได้ ทั้งสองระบบใช้ข้อมูลเวลาเกิดชุดเดียวกันแต่อ่านคนละแบบ

เนื้อหานี้เป็นความรู้ตามตำราโบราณ ใช้เพื่อการวางแผนและทำความเข้าใจตนเอง ไม่ใช่คำทำนายที่รับประกันผล และไม่ใช่ข้อสรุปทางวิทยาศาสตร์

เงื่อนไขการใช้เครื่องมือและการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลระบุไว้ใน เงื่อนไขการใช้บริการ ของเว็บไซต์

ผังดวงฟรี

คำถามที่พบบ่อย

ดวงจีนกับปาจื่อคืออันเดียวกันหรือไม่

คืออันเดียวกัน ปาจื่อเป็นคำเรียกตามจำนวนตัวอักษรที่ใช้ตั้งดวง คือ 8 ตัว ส่วนดวงจีนเป็นคำที่คนไทยใช้เรียกกันทั่วไปเพื่อแยกจากระบบดูดวงแบบอื่น ทั้งสองคำหมายถึงดวงที่ผูกจากปี เดือน วัน และเวลาเกิดเหมือนกัน

ถ้าไม่ทราบเวลาเกิด ยังผูกดวงจีนได้ไหม

ยังผูกได้ แต่จะได้ตัวอักษรเพียง 6 ตัวจาก 8 ตัว คือขาดเสาเวลา เสาเวลาเกี่ยวข้องกับช่วงวัยปลายและเรื่องบางอย่างที่ต้องใช้ข้อมูลครบ การอ่านผลจึงมีรายละเอียดน้อยกว่าคนที่ทราบเวลาเกิดแน่นอน ควรใช้ผลในลักษณะแนวทาง ไม่ควรยึดเป็นข้อสรุปตายตัว

ดวงจีนต่างจากนักษัตร 12 ตัวที่เรารู้จักยังไง

นักษัตรประจำปีที่คนไทยคุ้นเคยมาจากตัวอักษรเพียงตัวเดียวในดวงจีน คือตัวล่างของเสาปี ขณะที่ดวงจีนทั้งใบมี 8 ตัวอักษร คนที่เกิดปีนักษัตรเดียวกันจึงอาจมีดวงต่างกันมาก หากต้องการดูเฉพาะปีนักษัตรสามารถอ่านต่อได้ที่หน้าดวง 12 นักษัตร 2570

คนที่เกิดเดือนมกราคม พ.ศ. 2570 ถือว่าเป็นปีอะไร

การนับปีนักษัตรตามปฏิทินจีนเริ่มที่วันตรุษจีน ซึ่งปี พ.ศ. 2570 ตรงกับวันเสาร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ ผู้ที่เกิดระหว่าง 1 มกราคม ถึง 5 กุมภาพันธ์ 2570 จึงยังนับเป็นปีมะเมีย ส่วนเสาปีในดวงจีนเปลี่ยนที่วันลี่ชุน 4 กุมภาพันธ์ 2570 ซึ่งเร็วกว่ากัน 2 วัน

ผูกดวงจีนด้วยตัวเองต้องไปที่ไหน

ใช้เครื่องมือผูกดวงจีนบนเว็บไซต์ของเราได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย กรอกปี เดือน วัน และเวลาเกิด พร้อมเพศ แล้วระบบจะจัดดวง 4 เสาให้ทันที จากนั้นจึงค่อยอ่านผลตามแนวทางในบทความนี้